ออโรร่า (Aurora) หรือเจ้าหญิงนิทราจากแอนิเมชัน Disney เรื่อง Sleeping Beauty (1959) เจ้าหญิงผู้ถูกแม่มดมาเลฟิเซนต์สาปให้หลับด้วยเข็มปั่นด้าย จนเจ้าชายฟิลิปมาจุมพิตปลุก ออโรร่าปรากฏในเกมการ์ด Disney Lorcana ในหลายรูปแบบทั้งก่อนและหลังเวทมนตร์
ออโรร่ามีบุคลิกอ่อนโยน ฝันเฟื่อง ชอบร้องเพลงและใช้เวลากับสัตว์ป่า มีความงามทั้งภายนอกและภายใน
ออโรร่ามีพรสวรรค์ด้านเสียงร้องที่สามารถสื่อสารกับสัตว์ป่าได้ และมีเสน่ห์ตามธรรมชาติที่นางฟ้าสามองค์ประทานให้ตั้งแต่เกิด
ในเกม Lorcana ออโรร่าเป็นการ์ดสายเสริม มักมีความสามารถเกี่ยวกับการใช้ Lore หรือการปกป้องตัวเอง สะท้อนธีมเวทมนตร์และการปกป้อง
“'I know you, I walked with you once upon a dream.'”
| ชื่อจริง/ชื่อเต็ม | เจ้าหญิงออโรร่า (Princess Aurora) / บริอาร์ โรส (Briar Rose) / เจ้าหญิงนิทรา (Sleeping Beauty) |
| ถิ่นกำเนิด | Sleeping Beauty (1959) — Walt Disney Productions |
| สังกัด/ลูกเรือ | ราชอาณาจักร Stefan · เจ้าชาย Phillip · นางฟ้าสามตน |
| พลัง/ความสามารถ | พรจากนางฟ้า: ความงาม เพลง และพระทัยที่งาม · ออร่าที่ดึงดูดสัตว์และมนุษย์ |
| บทบาท | ตัวเอก / เจ้าหญิงที่ถูกสาปหลับ |
| การเติบโต | ตัวละครที่มีบทบาทในฐานะ 'symbol of innocence' มากกว่าตัวละครที่มีพัฒนาการชัดเจน แต่การตีความใหม่ใน Maleficent เพิ่มความลึกให้มาก |
| ท่าประจำ | ชุดเจ้าหญิงสีชมพู (และสีน้ำเงิน) · เพลง Once Upon a Dream |
เจ้าหญิงออโรร่า หรือที่รู้จักในชื่อ Sleeping Beauty คือตัวละครจากภาพยนตร์ Sleeping Beauty (1959) ของ Walt Disney Productions ซึ่งดัดแปลงจากนิทาน 'La Belle au bois dormant' ของ Charles Perrault และนิทานของพี่น้องกริมม์ ภาพยนตร์นี้ถือเป็น masterpiece ด้านศิลปะของ Disney โดยทีมศิลป์นำโดย Eyvind Earle ออกแบบภาพพื้นหลังในสไตล์ Gothic และ medieval tapestry อันโดดเด่น
ในเรื่อง ออโรร่าเป็นเจ้าหญิงที่ถูกสาปโดยนางฟ้าชั่วร้าย Maleficent ตั้งแต่วันเกิดว่าเธอจะแทงนิ้วด้วยเข็มกงล้อและหลับตายก่อนพระอาทิตย์ตก นางฟ้าสามตน (Flora, Fauna, Merryweather) เปลี่ยนคำสาปให้เป็นแค่หลับ และปลอมตัวออโรร่าเป็นเด็กชาวบ้านชื่อ บริอาร์ โรส ซ่อนเธอในป่าจนอายุครบ 16 ปี
ภาพยนตร์ใช้เวลาสร้างนานถึง 6 ปีและมีงบประมาณสูงที่สุดใน Disney ณ เวลานั้น แม้ผลตอบรับในช่วงแรกจะน้อยกว่าที่คาด แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่สวยงามที่สุดที่ Disney เคยสร้าง
ออโรร่าปรากฏในภาพยนตร์เพียงประมาณ 18 นาทีจากทั้งหมด 75 นาที ซึ่งทำให้เธอเป็นหนึ่งใน Disney Princess ที่มี screen time น้อยที่สุดในภาพยนตร์ของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ทุกฉากที่เธอปรากฏมีพลังทางภาพและดนตรีที่น่าจดจำ
โมเมนต์สำคัญของออโรร่าคือการพบกับเจ้าชาย Phillip ในป่าโดยบังเอิญและทั้งคู่ตกหลุมรักผ่านเพลง 'Once Upon a Dream' ต่อมาเมื่อเธอรู้ว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงและถูกกำหนดให้แต่งงานกับเจ้าชายอื่น ความเสียใจนั้นทำให้เธอถูกคำสาปเข้าครอบงำได้ง่ายขึ้น
ในภาพยนตร์ live-action Maleficent (2014) และภาคต่อ Maleficent: Mistress of Evil (2019) ออโรร่าได้รับการนำเสนอในแง่มุมใหม่โดยสมบูรณ์ — เธอเป็นคนที่รักและไว้วางใจ Maleficent อย่างแท้จริง และยังคงรักษาความดีงามและความเมตตาเอาไว้ในโลกที่ซับซ้อนกว่าเดิม
ออโรร่าในเวอร์ชัน 1959 เป็นตัวละครที่อ่อนโยน มีน้ำใจ และมีเสน่ห์ดึงดูดสัตว์ป่าโดยธรรมชาติ เธอใช้ชีวิตในป่าอย่างมีความสุขโดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง ความบริสุทธิ์และความไม่รู้ของเธอคือสิ่งที่ทำให้คำสาปของ Maleficent มีพลัง
ในยุคปัจจุบันออโรร่ามักถูกวิจารณ์ว่าเป็น 'passive protagonist' ที่รอให้ฮีโร่มาช่วย แต่นักวิเคราะห์ Disney หลายคนชี้ว่าตัวละครเธอในยุคที่สร้างนั้นสะท้อน ideal ของผู้หญิงในยุค 1950s และควรมองในบริบทของยุคสมัย
ในซีรีส์ Once Upon a Time ออโรร่าได้รับการพัฒนาให้มีความเข้มแข็งและมีบทบาทมากขึ้น รวมถึงในสื่อต่างๆ ของ Disney ที่มักนำเสนอเธอในฐานะเจ้าหญิงผู้สง่างามที่มีพลังของตัวเอง
พรจากนางฟ้าทำให้ออโรร่ามีความงามและเสียงร้องที่ไพเราะ แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่าคือ 'aura of kindness' ที่ทำให้สัตว์ป่าทุกชนิดเข้าหาเธอโดยสัญชาตญาณ ซึ่งเห็นได้ชัดในฉากป่าที่เธอร้องเพลงกับนกและกระรอก
ในซีรีส์ Maleficent ออโรร่าแสดงให้เห็นถึงความฉลาดทางอารมณ์ที่สูงมาก เธอสามารถเห็นความดีในสิ่งที่คนอื่นมองว่าชั่วร้าย และสร้างสะพานระหว่างสองโลกที่ขัดแย้ง สิ่งนี้ทำให้เธอไม่ใช่แค่ตัวละครที่รอให้ถูกช่วย แต่เป็นตัวแทนแห่งความหวังและความเข้าใจ
ชุดเจ้าหญิงของออโรร่าก็เป็นหนึ่งในความน่าสนใจของตัวละคร — นางฟ้า Flora ต้องการให้เป็นสีชมพู ขณะที่ Merryweather ต้องการให้เป็นสีน้ำเงิน ทำให้ชุดของเธอเปลี่ยนสีไปมาตลอดเรื่อง และในสินค้า Disney ก็มักเห็นทั้งสองเวอร์ชัน
ฉาก 'Once Upon a Dream' ในป่าที่ออโรร่าร้องเพลงกับเจ้าชาย Phillip เป็นหนึ่งในฉากโรแมนติกที่ iconic ที่สุดของ Disney เพลงนี้ดัดแปลงมาจาก 'Sleeping Beauty Waltz' ของ Tchaikovsky และกลายเป็นเพลง Disney ที่ถูกร้องซ้ำมากที่สุดเรื่องหนึ่ง
ฉากที่ออโรร่าเดินตามเข็มกงล้อขึ้นบันไดหอคอยขณะที่ถูกครอบงำโดยคำสาป — เคลื่อนไหวราวกับไม่มีเจตจำนง ดวงตาเปล่าเปลือย — ถือเป็นฉากที่น่ากลัวในแบบ 'ไม่มีเลือดไม่มีความรุนแรง' ที่ทรงพลังมาก
ฉากสุดท้ายที่เจ้าชาย Phillip สู้กับ Maleficent ในรูปมังกรและใช้ 'Shield of Virtue' และ 'Sword of Truth' ก็กลายเป็น action sequence ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน Disney ยุคนั้น แม้ตัวออโรร่าจะยังคงหลับอยู่ตลอดฉาก
เพลง 'Once Upon a Dream' ซึ่งดัดแปลงจาก Tchaikovsky กลายเป็นหนึ่งในเพลง Disney ที่เป็น timeless มากที่สุด ได้รับการ cover และนำไปใช้ในภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่อง รวมถึงในซีรีส์ Maleficent ที่ใช้เวอร์ชันที่มืดหม่นกว่า
ออโรร่าเป็น Disney Princess ดั้งเดิมสามคนแรก (ร่วมกับสโนว์ไวท์และซินเดอเรลล่า) และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็น 'Disney Princess' ในแบบ classic ชุดเจ้าหญิงและมงกุฎของเธอปรากฏในสินค้า Disney Parks และ merchandise อย่างต่อเนื่องมาหลายสิบปี
ออโรร่าปรากฏในเกมการ์ด Disney Lorcana ด้วยจำนวน 13 การ์ด การ์ดของเธอนำเสนอทั้งในรูปแบบเจ้าหญิงผู้สง่างามและในบริบทต่างๆ ที่อ้างอิงถึงเรื่องราวของเธอ รวมถึงฉาก Sleeping Beauty ที่เป็นที่รู้จัก
ในเชิงการเล่น การ์ดออโรร่ามักมี ability ที่สะท้อนพรจากนางฟ้าและความสามารถในการสร้างพันธมิตร บางเวอร์ชันอ้างอิงถึงคำสาปและการหลับ ทำให้มีกลไกเกมที่น่าสนใจสำหรับนักเล่นที่ชอบ strategy
ออโรร่าเป็น Disney Princess ที่มี screen time น้อยที่สุดในภาพยนตร์ของตัวเองเมื่อเทียบสัดส่วน — เธอปรากฏเพียง 18 นาทีจากภาพยนตร์ความยาว 75 นาที และส่วนใหญ่ของเรื่องนำเสนอผ่านมุมมองของนางฟ้าสามตนและเจ้าชาย Phillip
เสียงร้องของออโรร่าให้โดย Mary Costa ซึ่งถูก Walt Disney เลือกหลังจากได้ยินเธอร้องเพลงโดยบังเอิญ Mary Costa ไม่เคยแสดงหรือร้องเพลงให้ Disney มาก่อน แต่เสียงของเธอตรงกับที่ Walt Disney จินตนาการไว้ทุกประการ
ภาพยนตร์ Sleeping Beauty ทำให้ Disney เกือบล้มละลาย เพราะใช้งบเกินและทำรายได้ต่ำกว่าที่หวัง Walt Disney ต้องขายที่ดินส่วนตัวบางส่วนเพื่อรักษาสตูดิโอ หลังจากนั้น Disney ก็ไม่ได้สร้างภาพยนตร์เจ้าหญิงอีกนานถึง 30 ปีจนกระทั่ง The Little Mermaid (1989)
| การ์ด | ชุด | ความหายาก | ราคา |
|---|---|---|---|
| Aurora - Waking Beauty | Archazia's Island | Legendary | ฿60 |
| Aurora - Holding Court | Fabled | Uncommon | ฿19 |
| Aurora - Dreaming Guardian | Fabled | Super_rare | ฿14 |
| Aurora - Lore Guardian | Ursula's Return | Super_rare | ฿10 |
| Aurora - Dreaming Guardian | The First Chapter | Super_rare | ฿8 |
| Aurora - Regal Princess | Fabled | Uncommon | ฿3 |
| Aurora - Briar Rose | The First Chapter | Common | ฿2 |
| Aurora - Regal Princess | The First Chapter | Uncommon | ฿2 |
| Aurora - Tranquil Princess | Ursula's Return | Common | ฿2 |
| Aurora - Tranquil Princess | Fabled | Common | ฿2 |
| Aurora - Dreaming Guardian | The First Chapter | Enchanted | — |
| Aurora - Waking Beauty | Archazia's Island | Enchanted | — |
| Aurora - Holding Court | Fabled | Epic | — |