สแปนไดน์เป็นอดีตหัวหน้าหน่วย CP9 รุ่นก่อน และเป็นพ่อของสแปนดัม เขามีบทบาทในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อนเหตุการณ์หลัก โดยเป็นผู้นำการบุกทำลายเกาะ Ohara บ้านเกิดของนิโค โรบิน สแปนไดน์เป็นผู้ออกคำสั่ง Buster Call ทำลายเกาะ Ohara หลังจับนิโค โอลเวีย แม่ของโรบิน เขาเป็นตัวแทนของความโหดเหี้ยมและการทำลายล้างความรู้ของรัฐบาลโลก
สแปนไดน์เป็นคนเย่อหยิ่ง เห็นแก่ตัว และโหดเหี้ยมคล้ายลูกชาย เขาขาดความเมตตาและพร้อมทำลายล้างทุกอย่างเพื่อรัฐบาลโลก
สแปนไดน์ในฐานะหัวหน้า CP9 รุ่นเก่า แต่ไม่ได้แสดงทักษะการต่อสู้ที่โดดเด่น เขาพึ่งพาอำนาจและการสั่งการมากกว่าฝีมือส่วนตัว
ปฏิปักษ์ในอดีต ผู้สั่ง Buster Call ทำลายเกาะ Ohara
“โอฮาร่าต้องถูกทำลาย ไม่มีใครรอดออกไปได้!”
| ชื่อจริง/ชื่อเต็ม | สแปนดีน |
| ถิ่นกำเนิด | มนุษย์ / Grand Line |
| เกิดที่ | ไม่ระบุในแคนนอน |
| สังกัด/ลูกเรือ | World Government · CP9 (อดีตผู้อำนวยการ) |
| พลัง/ความสามารถ | ไม่มีผลปีศาจ · ทักษะ Rokushiki สันนิษฐาน · อำนาจของ CP9 ผู้อำนวยการ |
| บทบาท | ผู้อำนวยการ CP9 คนก่อน · พ่อของ Spandam · ผู้สั่งจุดไฟเผา Ohara และสังหาร Nico Olvia |
| การเติบโต | สแปนดีนเป็นตัวแทนของการกดขี่ข่มเหงของ World Government ในยุคที่ Robin ยังเด็ก การกระทำของเขาทำให้ Robin กลายเป็นเด็กนักโทษและสาเหตุที่ Robin หลบหนีมาตลอด 20 ปี |
| ท่าประจำ | |
| ท่าไม้ตาย |
สแปนดีนเป็นตัวละครที่ข้อมูลในวัยเด็กมีน้อยมากในแคนนอน One Piece เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้อำนวยการ CP9 รุ่นที่ผ่านมา ก่อนที่ลูกชายอย่าง Spandam จะสืบทอดตำแหน่งต่อ ครอบครัวสแปนดีนเป็นตระกูลที่ผูกพันกับ World Government มายาวนาน และมีความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ในอุดมการณ์ของการปกป้อง 'ความสงบสุขของโลก' ตามนิยามของ World Government
สแปนดีนได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้อำนวยการที่มีความสามารถในยุคของเขา เขาขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของ CP9 ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการลับที่ทรงพลังที่สุดของ World Government ความสามารถในการบัญชาการและการตัดสินใจที่เด็ดขาดทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากระดับบนสุดของ World Government
ลักษณะบุคลิกของสแปนดีนถ่ายทอดมายัง Spandam ลูกชายในแง่ความเย่อหยิ่งและการมองคนอื่นเป็นเพียงเครื่องมือ แต่สแปนดีนมีความสามารถที่แท้จริงมากกว่าลูกชายมาก ทำให้เขาเป็นที่น่าเกรงขามในระดับที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ภารกิจที่สำคัญที่สุดของสแปนดีนในเนื้อเรื่อง One Piece คือการนำทีม CP9 ไปยังเกาะ Ohara เพื่อกำจัดกลุ่มนักโบราณคดีที่กำลังอ่าน Poneglyph และค้นคว้าประวัติศาสตร์ที่ต้องห้ามของโลก ภารกิจนี้ถูกสั่งการโดยตรงจากระดับสูงสุดของ World Government
การบุก Ohara เป็นการสังหารหมู่ที่ World Government เรียกว่า 'Buster Call' ซึ่งเป็นคำสั่งทหารระดับสูงสุดที่นำกองเรือขนาดใหญ่และพลังทำลายล้างสูงสุดมาใช้กับเป้าหมาย สแปนดีนเป็นผู้สั่งใช้ Buster Call ครั้งนั้น ทำให้นักโบราณคดีแห่ง Ohara เกือบทุกคนและชาวเกาะส่วนใหญ่เสียชีวิต
ในระหว่างปฏิบัติการ สแปนดีนสั่งให้กองเรือยิงเรือหลบหนีของชาวเกาะด้วยเพื่อไม่ให้ข้อมูลรั่วออกไป ซึ่งเป็นการกระทำที่เกินกว่าคำสั่งเบื้องต้นและแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของเขา
รายละเอียดพลังและทักษะการต่อสู้ของสแปนดีนไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างชัดเจนในแคนนอน One Piece เนื่องจากเขาปรากฏตัวส่วนใหญ่ในฐานะผู้บัญชาการ ไม่ใช่นักรบที่ต้องสู้โดยตรง ในฐานะผู้อำนวยการ CP9 เป็นที่สันนิษฐานว่าเขามีทักษะ Rokushiki พื้นฐานตามมาตรฐานของ CP9
อำนาจที่แท้จริงของสแปนดีนไม่ได้อยู่ที่กำลังกาย แต่อยู่ที่อำนาจสั่งการที่ได้รับมอบจาก World Government การสั่ง Buster Call ได้นั้นต้องการอำนาจระดับสูงมากและมีเพียงบุคคลระดับสูงสุดของ World Government เท่านั้นที่ทำได้ การที่สแปนดีนมีอำนาจนี้แสดงให้เห็นถึงสถานะที่สูงมากของเขาในลำดับชั้น
ด้านการบริหาร สแปนดีนเป็นผู้บัญชาการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมหน่วยปฏิบัติการลับ ทักษะด้านกลยุทธ์และการรวบรวมข้อมูลทำให้ CP9 ในยุคของเขาเป็นที่น่าเกรงขาม สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดตกทอดมายัง Spandam แต่ Spandam ไม่ได้รับทักษะเหล่านี้มา เพียงแต่ได้รับอำนาจบนกระดาษ
สแปนดีนไม่ได้ปรากฏตัวในฉากต่อสู้โดยตรงในเนื้อเรื่อง One Piece ดังนั้นจึงไม่มีท่าไม้ตายที่ถูกนำเสนออย่างเป็นทางการ การกระทำที่ทรงพลังที่สุดของเขาคือการสั่งการในระดับยุทธศาสตร์ผ่านอำนาจหน้าที่
การสั่ง Buster Call บน Ohara เป็น 'ท่าไม้ตาย' เชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งผลกระทบมากที่สุด คำสั่งเดียวของสแปนดีนทำให้เกาะทั้งเกาะถูกทำลายและผู้คนหลายร้อยชีวิตเสียชีวิต ซึ่งไม่มีท่าต่อสู้ใดๆ ของตัวละครคนไหนจะสร้างผลกระทบได้มากเท่า
การสั่งยิงเรือหลบหนีของชาวเกาะเป็นการตัดสินใจที่โหดร้ายที่สุดอีกอย่างหนึ่ง แม้ว่าชาวเกาะเหล่านั้นไม่ใช่นักโบราณคดีและไม่ได้ทำผิด แต่สแปนดีนตัดสินใจกำจัดพวกเขาเพื่อป้องกัน 'การรั่วไหลของข้อมูล' ซึ่งแสดงถึงความเยือกเย็นและความเด็ดเดี่ยวในการรับใช้ World Government
สแปนดีนปรากฏตัวหลักในช่วง Flashback ของ Robin ที่ถูกเล่าในอาร์ค Enies Lobby สตรอว์แฮทที่ค้นพบเรื่องราวในอดีตของ Robin จะเข้าใจว่าทำไม Robin จึงมีชีวิตอยู่แบบที่คิดว่าตัวเองไม่มีที่อยู่ในโลกนี้ตลอดมา สแปนดีนเป็นต้นตอของความเจ็บปวดนั้น
ใน Flashback Robin วัย 8 ปีที่ได้รับผล Devil Fruit และกำลังจะถูกสังหารโดย CP9 ถูกสแปนดีนติดป้าย 'อาชญากร' อย่างเป็นทางการ ราคาหัวของ Robin ที่แปดล้านเบลี่ตอนเด็กเกิดจากคำสั่งของสแปนดีนในช่วงนั้น
มรดกของสแปนดีนยังคงอยู่ผ่านลูกชายอย่าง Spandam ที่สืบทอดทั้งตำแหน่งและอุดมการณ์ของพ่อ แม้ว่า Spandam จะไม่มีความสามารถเทียบเท่า แต่ความโหดร้ายและการมองคนอื่นเป็นเครื่องมือนั้นสืบทอดมาได้ครบถ้วน
สแปนดีนไม่ใช่ตัวละครที่มีพัฒนาการในเนื้อเรื่อง เขาปรากฏตัวเป็นหลักใน Flashback ดังนั้นบทบาทของเขาในเนื้อเรื่องเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วตั้งแต่ก่อนเรื่องเริ่มต้น สิ่งที่น่าสนใจคือบทบาทของเขาในฐานะ 'บทเรียนประวัติศาสตร์' ที่อธิบายว่า Robin กลายเป็นคนที่เธอเป็นได้อย่างไร
การเปรียบเทียบระหว่างสแปนดีนและ Spandam ลูกชายทำให้เห็นว่าระบบ World Government สามารถผลิตคนชั่วร้ายในรูปแบบที่แตกต่างกันได้ สแปนดีนเป็นผู้ชั่วร้ายที่มีความสามารถ ในขณะที่ Spandam เป็นผู้ชั่วร้ายที่อาศัยอำนาจบนกระดาษและมักจบลงด้วยการถูกตบโดยผู้ที่เขาข่มเหง
ตำแหน่งผู้อำนวยการ CP9 ที่ส่งต่อกันมาเป็นสัญลักษณ์ของความเน่าเฟะที่สืบทอดในระบบ World Government การที่ลูกชายผู้ไร้ความสามารถสืบทอดตำแหน่งจากพ่อที่มีความสามารถแสดงให้เห็นถึงปัญหาของระบบที่ให้ความสำคัญกับความภักดีและสายเลือดมากกว่าคุณสมบัติที่แท้จริง
ความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดของสแปนดีนในเนื้อเรื่องคือกับ Robin แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันโดยตรงในลักษณะที่ Robin จะจำเขาได้ แต่การกระทำของสแปนดีนต่อ Ohara คือสิ่งที่กำหนดเส้นทางชีวิตของ Robin ทั้งหมด
ความสัมพันธ์กับ Spandam ลูกชายสะท้อนให้เห็นถึงการสืบทอดอุดมการณ์ที่บิดเบือน ลูกชายได้รับทั้งชื่อเสียงของพ่อและความคาดหวังที่มาพร้อมกัน แต่ไม่มีความสามารถที่จะตอบสนองความคาดหวังนั้น ทำให้ Spandam ต้องพึ่งพาชื่อพ่อและการใช้อำนาจที่ได้รับมาแทน
ความสัมพันธ์กับ World Government ระดับสูงเป็นความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อและการรับใช้โดยสมบูรณ์ สแปนดีนเป็นตัวแทนของคนที่เชื่อว่าสิ่งที่ World Government ทำนั้นถูกต้องทั้งหมด และการกำจัด Ohara คือการปกป้องความสงบสุขของโลก ไม่ใช่อาชญากรรม
สแปนดีนเป็นหนึ่งในตัวละครไม่กี่คนใน One Piece ที่ปรากฏตัวเพียงใน Flashback แต่มีผลกระทบต่อเนื้อเรื่องปัจจุบันอย่างมหาศาล การที่ Oda เลือกให้ผู้ชั่วร้ายในอดีตของ Robin มีความสัมพันธ์กับผู้ชั่วร้ายในปัจจุบันอย่าง Spandam เป็นการเชื่อมโยงที่ทำให้อาร์ค Enies Lobby มีความลึกมากขึ้น
ชื่อตระกูล 'Spandine/Spandam' เป็นการเล่นคำและแผลงชื่อตามสไตล์ Oda ที่มักตั้งชื่อตัวละครในกลุ่มเดียวกันให้มีความเชื่อมโยงกัน ทำให้ผู้อ่านสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูกได้ทันที
เรื่องราวของสแปนดีนและ Ohara ถูกนำมาขยายความเพิ่มเติมในช่วง Egghead Arc ของ One Piece ที่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิจัยของโอฮาร่าและความหมายของสิ่งที่ World Government พยายามซ่อนเร้น ทำให้ความโหดร้ายของ Buster Call บน Ohara ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นในบริบทของโลก One Piece
| การ์ด | ชุด | ความหายาก | ราคา |
|---|---|---|---|
| Spandine (Online Regional Finalist Card Set 2025 Vol.1) | One Piece Promotion Cards | R | ฿2,220 |
| Spandine (Offline Regional Finalist Card Set 2025 Vol.1) | One Piece Promotion Cards | R | ฿1,137 |
| Spandine (Online Regional Participation Pack 2025 Vol.1) | One Piece Promotion Cards | R | ฿542 |
| Spandine (Offline Regional Participation Pack 2025 Vol.1) | One Piece Promotion Cards | R | ฿316 |
| Spandine (Regional Finalist Card Set 2025 Vol.1) | One Piece Promotion Cards | R | ฿235 |
| Spandine (Regional Participation Pack 2025 Vol.1) | One Piece Promotion Cards | R | ฿59 |
| Spandine | Extra Booster: Memorial Collection | R | ฿36 |
| Spandine (Regional Champion Card Set 2025 Vol.1) | One Piece Promotion Cards | R | ฿0 |
| Spandine (Online Regional Champion Card Set 2025 Vol.1) | One Piece Promotion Cards | R | ฿0 |