หน้าแรกสารานุกรมLorcana › Goofy
การ์ด Goofy Lorcana

Goofy

เพื่อนซี้ผู้ไม่เคยหมดแรงฮา
Lorcanaการ์ด 27 ใบ ช่วงราคา ฿2 – ฿2,640 🎬 จากเรื่อง Mickey Mouse
เช็คราคาทุกตลาด → ดูแบบโต้ตอบ

ภาพรวม

กูฟี่ (Goofy) คือตัวละครขาประจำของ Disney ที่ปรากฏตัวมาตั้งแต่ยุคทองของการ์ตูน ในฐานะเพื่อนรักของมิกกี้เมาส์และโดนัลด์ดั๊ก เขาเป็นสุนัขผู้มีหัวใจงามแต่ขาดความคล่องแคล่ว ทำให้เกิดเรื่องราวขบขันไม่รู้จบ ในเกมการ์ด Disney Lorcana กูฟี่ปรากฏในหลายเวอร์ชันสะท้อนความน่ารักและความจงรักภักดีของตัวละครนี้

บุคลิกนิสัย

กูฟี่มีนิสัยอบอุ่น ซื่อสัตย์ และมองโลกในแง่ดีเสมอ แม้จะเกิดเรื่องวุ่นวายก็ยังหัวเราะได้เสมอ

ความสามารถ

แม้จะไม่เก่งกาจด้านการต่อสู้ แต่กูฟี่มีพลังมิตรภาพและความทนทานที่เหนือความคาดหมาย และมักแก้ปัญหาด้วยความซื่อบื้อที่ได้ผลโดยบังเอิญ

บทบาทในเรื่อง

ในเกม Lorcana กูฟี่มักเป็นการ์ดสายสนับสนุนที่ช่วยเพื่อนร่วมทีม สะท้อนบุคลิกผู้ช่วยเหลือที่ไม่เคยทอดทิ้งเพื่อน

เกร็ดน่ารู้

“Ah-hyuck!”

ประวัติโดยย่อ

ชื่อจริง/ชื่อเต็มGoofy (formerly Dippy Dawg)
ถิ่นกำเนิดMickey's Revue / A Goofy Movie (1995)
สังกัด/ลูกเรือMickey Mouse Clubhouse / Disney Heroes
พลัง/ความสามารถความซุ่มซ่ามเหนือธรรมชาติ ความอดทนไม่มีที่สิ้นสุด มิตรภาพ
บทบาทตัวเอกฝ่ายดี / เพื่อนรัก
การเติบโตจากตัวตลกไร้ชื่อสู่ตัวละครหลักที่มีลูกชายและเรื่องราวครอบครัวสมบูรณ์
ท่าประจำGoofy Holler · หมวกเขียวและกางเกงส้ม

ที่มาและภูมิหลัง

Goofy หรือที่รู้จักในชื่อภาษาไทยว่า 'กูฟฟี่' เป็นหนึ่งในตัวละครหลักของ Walt Disney Productions ที่ผ่านการปรับเปลี่ยนบุคลิกและรูปลักษณ์มายาวนานกว่าเก้าทศวรรษ ก่อนจะกลายมาเป็นไอคอนที่คนทั่วโลกรู้จัก กูฟฟี่เริ่มต้นชีวิตในชื่อ 'Dippy Dawg' ในภาพยนตร์การ์ตูนสั้นปี ค.ศ. 1932 เรื่อง Mickey's Revue โดยปรากฏเป็นสุนัขแอนโธรโพมอร์ฟิก (สุนัขที่มีลักษณะครึ่งคนครึ่งสัตว์) ผู้นั่งอยู่ในโรงละครและหัวเราะอย่างดังจนรบกวนคนอื่น

ในปี ค.ศ. 1934 ตัวละครนี้ได้รับการตั้งชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่า 'Goofy' และเริ่มพัฒนาบุคลิกที่ชัดเจนขึ้นในฐานะตัวละครที่ซุ่มซ่ามแต่มีหัวใจดีงาม ผลงานยุคแรกส่วนใหญ่วางกูฟฟี่ไว้ในฐานะ 'Everyman' หรือตัวแทนของคนธรรมดาที่พยายามทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันแต่มักล้มเหลวอย่างน่ารักน่าขำ ซีรีส์ 'How to...' ในยุค 1940-1950 อย่าง How to Play Football หรือ How to Fish สร้างชื่อให้กูฟฟี่ในฐานะตัวละครที่ใช้แสดงความขัดแย้งระหว่างคำอธิบายที่ดูดีกับการกระทำที่ห่วยแตกอย่างตลกขบขัน

ยุคโมเดิร์นของกูฟฟี่เริ่มต้นอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษ 1990 เมื่อ Walt Disney Television Animation ผลิตซีรีส์ Goof Troop (1992) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่กูฟฟี่มีลูกชายชื่อ Max Goof ปรากฏอย่างเป็นทางการ และต่อมาภาพยนตร์ A Goofy Movie (1995) ได้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกนี้อย่างลึกซึ้ง ทำให้กูฟฟี่กลายเป็นมากกว่าตัวตลก แต่กลายเป็นพ่อที่รักลูกและพยายามทำความเข้าใจคนรุ่นลูก

เนื้อเรื่องและบทบาท

ในฐานะเพื่อนสนิทของ Mickey Mouse และ Donald Duck กูฟฟี่มักปรากฏในผลงาน Disney ในฐานะสมาชิกของกลุ่มสามเพื่อน (The Sensational Six ในยุคหลัง) โดยมีบทบาทเป็นผู้ให้ความบันเทิงผ่านความซุ่มซ่ามและโชคร้ายในลักษณะตลกไม่ใช่ตลกร้าย ผลงานการ์ตูนสั้นของกูฟฟี่ในช่วงยุคทองมักไม่มีบทพูดซับซ้อน แต่ใช้ภาษากาย เสียงประกอบ และสถานการณ์ที่ดูไม่น่าเชื่อเป็นแกนหลัก

ใน Goof Troop กูฟฟี่รับบทเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ย้ายมาอยู่ใกล้กับ Pete เพื่อนเก่าสมัยเด็กในเมือง Spoonerville โดยต้องรับมือกับปัญหาของลูกชาย Max และเพื่อนบ้านที่ชอบทำอะไรน่าหนักใจเสมอ บทบาทนี้แสดงให้เห็นมิติใหม่ของกูฟฟี่ที่ไม่ใช่แค่ตัวตลกอีกต่อไป

A Goofy Movie (1995) ถือเป็นจุดสูงสุดในการพัฒนาตัวละครของกูฟฟี่ เรื่องราวเล่าถึงการที่กูฟฟี่พา Max ไปตกปลาด้วยกันเพื่อสานสัมพันธ์ที่ห่างเหิน แต่กลับกลายเป็นการผจญภัยที่วุ่นวาย ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนังดีสนีย์ที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์พ่อ-ลูกได้จริงและซาบซึ้งใจที่สุดเรื่องหนึ่ง ต่อมา An Extremely Goofy Movie (2000) เล่าถึงกูฟฟี่ที่ตามไปเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับ Max อีกด้วย

บุคลิกและคาแรกเตอร์

กูฟฟี่เป็นตัวละครที่มีความขัดแย้งในตัวเองอย่างน่ารัก เขาซุ่มซ่ามแต่ไม่เคยหมดความพยายาม โง่เขลาในสายตาคนอื่นแต่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านแบบไม่คาดคิด และที่สำคัญที่สุดคือเขามีหัวใจดีงามอย่างแท้จริง ไม่เคยอิจฉาริษยาหรือปรารถนาร้ายต่อใคร บุคลิกเหล่านี้ทำให้กูฟฟี่แตกต่างจาก Donald ที่หัวร้อนง่าย หรือ Mickey ที่สมบูรณ์แบบเกินไป

เสียงหัวเราะ 'Ah-hyuck!' และเสียงตะโกนที่เรียกว่า 'Goofy Holler' (เสียง 'Yaaaa-hoo-hoo-hooey!' ขณะตกหรือบิน) เป็นเอกลักษณ์ที่ติดหูและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป็อปโดยสมบูรณ์ Disney นำนักพากย์หลายคนมาให้เสียงกูฟฟี่ตลอดประวัติศาสตร์ โดย Pinto Colvig เป็นผู้วางรากฐานเสียงต้นฉบับในยุค 1930-1940

ความเป็นพ่อของกูฟฟี่เป็นมิติที่ทำให้ตัวละครนี้มีความลึกกว่าที่เห็น เขาพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อลูกชาย แม้จะไม่เข้าใจวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่เสมอไป ความรักของเขาต่อ Max นั้นตรงไปตรงมาและจริงใจ ทำให้หลายคนมองว่า A Goofy Movie เป็นหนังที่สอนเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ดีกว่าหนัง Disney หลายเรื่องที่มุ่งไปที่ความรักโรแมนติก

ความสามารถและเสน่ห์

ความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของกูฟฟี่คือ 'การอยู่รอดจากความซุ่มซ่าม' ซึ่งดูเหมือนเป็นพลังพิเศษในตัวเอง เขาสามารถตกจากที่สูง ถูกชนด้วยยานพาหนะ หรือประสบอุบัติเหตุร้ายแรงและลุกขึ้นมาได้ใหม่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเป็นหลักการ 'cartoon physics' ที่ Disney ใช้อย่างสุดขีดกับตัวละครนี้

ในฐานะตัวละครป็อปวัฒนธรรม กูฟฟี่มีเสน่ห์ที่ข้ามรุ่นได้อย่างน่าทึ่ง เด็กชอบความตลกซุ่มซ่าม ผู้ใหญ่เห็นความจริงใจและความรักของพ่อในตัวเขา นักวิชาการด้านการ์ตูนหลายคนยกกูฟฟี่เป็นตัวอย่างของ 'physical comedy' ที่ออกแบบมาอย่างมีชั้นเชิง ไม่ใช่แค่ความตลกผิวเผิน

ความสามารถในการปรับตัวของตัวละครนี้ก็น่าทึ่ง กูฟฟี่ทำงานได้ดีทั้งในฐานะตัวละครสนับสนุน ตัวนำ ตัวตลก และแม้แต่ตัวละครที่ให้บทเรียนชีวิต Disney World และ Disneyland ใช้กูฟฟี่เป็น meet-and-greet character ยอดนิยมตลอดหลายทศวรรษ เพราะเด็ก ๆ รู้สึกสบายใจและสนุกสนานกับพลังงานที่เขาแผ่ออกมา

ฉากและโมเมนต์ดัง

ฉาก 'Stand Out' ใน A Goofy Movie ที่ Max แสดงแทน Powerline บนเวทีคอนเสิร์ตพร้อมกับกูฟฟี่ที่บังเอิญ (และซุ่มซ่าม) ขึ้นมาด้วย ถือเป็นฉากที่คนดูจำได้ฝังใจและมักถูกอ้างถึงเมื่อพูดถึงหนัง Disney ยุค 90 ที่ดีที่สุด ฉากนี้รวมทั้งความตลก ความซาบซึ้ง และดนตรีที่ดีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ซีรีส์การ์ตูนสั้น 'How to...' โดยเฉพาะ How to Play Baseball (1942) และ How to Ride a Horse (1941) ถือเป็นผลงาน classic ที่นิยามความเป็นกูฟฟี่ได้ดีที่สุด การใช้ผู้บรรยายที่พูดอย่างจริงจังในขณะที่กูฟฟี่ทำอะไรผิดพลาดตลอดเวลาสร้างอารมณ์ขันแบบ irony ที่ล้ำหน้าในยุคนั้น

ฉาก 'Perfect Cast' ในตอนต้นของ A Goofy Movie ซึ่งกูฟฟี่และ Max โยนเส้นตกปลาพร้อมกันบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว เป็นหนึ่งในภาพที่สื่อถึงความผูกพันพ่อ-ลูกได้ลึกซึ้งโดยไม่ต้องใช้คำพูดมากนัก ฉากนี้มักถูกอ้างถึงในการอภิปรายเรื่อง visual storytelling ของ Disney

เพลงและวัฒนธรรมป็อป

A Goofy Movie มีเพลงประกอบที่ได้รับการยอมรับสูงมากในหมู่แฟนดีสนีย์ยุค 90 โดยเฉพาะ 'After Today' ที่เปิดเรื่อง, 'Stand Out' ของ Powerline ที่กลายเป็นเพลงติดหู และ 'On the Open Road' ที่กูฟฟี่และ Max ร้องในรถ เพลงเหล่านี้แต่งโดย Tom Snow และได้รับการรีไวว์ในชุมชน Disney fan อย่างต่อเนื่อง

ในวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต กูฟฟี่มี legacy ที่น่าสนใจ เสียง Goofy Holler ถูกใช้ใน meme และ remix มากมาย และมีการถกเถียงที่โด่งดังในอินเทอร์เน็ตเรื่อง 'Goofy vs Pluto' ว่าทำไมสุนัขสองตัวของ Disney ตัวหนึ่งพูดได้และใส่เสื้อผ้า ส่วนอีกตัวเป็นแค่สัตว์เลี้ยง คำถามนี้กลายเป็น meme ในตัวเองและแสดงให้เห็นว่ากูฟฟี่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมป็อปอย่างแน่นแฟ้น

ในเกมการ์ด Disney Lorcana

ใน Disney Lorcana เกมการ์ดสะสมที่ Ravensburger ผลิตร่วมกับ Disney กูฟฟี่ปรากฏในหลายใบการ์ดโดยมักอยู่ใน Amber ink (สีอำพัน) ที่เป็น ink แห่งมิตรภาพและความจงรักภักดี ซึ่งเหมาะกับบุคลิกของกูฟฟี่อย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีการ์ดใน Amethyst ink บ้างในบางชุด

การ์ดกูฟฟี่ใน Lorcana มักมีเอฟเฟกต์ที่เกี่ยวกับการสนับสนุนทีมหรือการฟื้นฟู สะท้อนบทบาท 'support character' ของเขาใน Disney canon บางการ์ดมีความสามารถพิเศษที่อ้างอิงถึงความซุ่มซ่ามหรือโชคดีที่ไม่คาดคิด ทำให้การ์ดกูฟฟี่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้เล่นที่ชอบสร้าง deck แบบ fun และไม่ได้มุ่งแข่งขันอย่างจริงจัง

เกร็ดน่ารู้

ชื่อเต็มของกูฟฟี่ในบางตำรา Disney ระบุว่าคือ 'G.G. Goof' แต่ในหนัง A Goofy Movie มีการใช้นามสกุล 'Goof' อย่างชัดเจน ซึ่งก็สร้างความสับสนเล็กน้อยว่า 'G.G.' ย่อมาจากอะไร บางแหล่งระบุว่า 'George Geef' แต่ Disney ไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการ

Pinto Colvig นักพากย์คนแรกของกูฟฟี่ยังเป็นคนพากย์ Grumpy และ Sleepy ใน Snow White and the Seven Dwarfs (1937) ด้วย ความสามารถด้านเสียงของเขาเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ Disney ยุคแรกมีความหลากหลายทางบุคลิกตัวละคร

ในสวนสนุก Disney กูฟฟี่มักสวมชุดที่แตกต่างกันตามธีมของแต่ละ land เช่น ชุดนักบินอวกาศใน Tomorrowland หรือชุดคาวบอยใน Frontierland ซึ่งแสดงให้เห็นความยืดหยุ่นของตัวละครนี้ที่ปรับเข้ากับบริบทต่าง ๆ ได้โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์หลัก

การ์ด Goofy ทั้งหมด (24 ใบที่แสดง · ทั้งหมด 27 ใบ)

การ์ดชุดความหายากราคา
Goofy - MusketeerPromo Set 1Promo฿2,640
Goofy - Groundbreaking ChefReign of JafarLegendary฿58
Goofy - Super GoofUrsula's ReturnRare฿14
Goofy - Set for AdventureFabledRare฿10
Goofy - Knight for a DayRise of the FloodbornRare฿9
Goofy - Emerald ChampionWhispers in the WellRare฿9
Goofy - Flying GoofAzurite SeaRare฿8
Goofy - Expert ShipwrightAzurite SeaRare฿8
Goofy - Ghost of Jacob MarleyWinterspellSuper_rare฿7
Goofy - Extreme AthleteArchazia's IslandSuper_rare฿6
Goofy - Musketeer SwordsmanUrsula's ReturnRare฿5
Goofy - Klutzy SkierWinterspellRare฿5
Goofy - MusketeerThe First ChapterUncommon฿4
Goofy - Galumphing GumshoeWhispers in the WellSuper_rare฿4
Goofy - Determined TravelerWilds UnknownUncommon฿3
Goofy - DaredevilThe First ChapterCommon฿2
Goofy - Ghost HunterWhispers in the WellCommon฿2
Goofy - Marley's Clumsy SpiritWinterspellCommon฿2
Goofy - Super GoofUrsula's ReturnEnchanted
Goofy - Groundbreaking ChefReign of JafarLegendary
Goofy - Expert ShipwrightPromo Set 3Promo
Goofy - Emerald ChampionPromo Set 3Promo
Goofy - Set for AdventurePromo Set 3Promo
Goofy - Set for AdventureFabledEpic

ตัวละคร Lorcana อื่นที่น่าสนใจ

Donald DuckMinnie MouseElsaMulanRobin HoodThe Queen
ราคาแปลงเป็นบาทที่เรท ~36 · อ้างอิงตลาดจริง · ดูสารานุกรมทั้งหมด · เช็คราคาการ์ด · NORMS TCG